อ.ดร.เอนก สุวรรณบัณฑิต
…
ปรัชญาแห่งการแบ่งปัน
แบ่งปัน ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ให้ความหมายว่า “แบ่งส่วนให้บ้าง แบ่งให้บางส่วน” ทั้งนี้ ความหมายตรงกันกับภาษาอังกฤษว่า distribute, allot, apportion, parcel out, share out เป็นต้น จากความหมายทางภาษานี้แสดงให้เห็นว่า แบ่งปันมีความหมายโดยนัยได้หลากหลายไม่น้อย ในทางปรัชญาไทย พบว่า ภาษาไทยมีการแยกการใช้ระหว่าง แบ่ง, ปัน และแบ่งปัน จึงควรที่จะพิจารณาเบื้องหลังของคำ (metaphysics of word) อันจะทำให้เข้าถึงมโนคติของการแบ่งปันได้อย่างแท้จริง และตรงตามทรรศนะของคนไทย
ทั้งนี้ แบ่งคือ แยกจากส่วนรวมออกเป็นส่วนๆ
ปัน หมายถึง แบ่ง แบ่งให้เพียงบางส่วน
หากแต่ แบ่งปัน ไม่ได้เกิดจากการผสมแบ่งกับปัน ซึ่งจะทำให้ความหมายถูกลดทอนลงเป็น การแยกเป็นส่วนๆ แล้วแบ่งให้บางส่วน
มนุษย์แบ่งอะไร เราแบ่งสิ่งของทรัพยากรต่างๆ ซึ่งมีหลักอยุ่ว่า “สิ่งนั้นไม่หมดไป” หรือ “สิ่งนั้นหมดไปได้” หากสิ่งนั้นไม่หมดไป ทุกคนย่อมเข้าถึงได้ ไม่มีการหวงสิทธิใดๆ แต่ถ้าสิ่งนั้นหมดไปได้ ย่อมมีการแย่งชิงสิทธิในสิ่งของทรัพยากรนั้น
ลัทธิประโยชน์นิยมส่งเสริมให้แบ่งปันกับผู้อื่นทุกอย่างโดยค่าเริ่มต้นต้องไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัว นั่นคือ สิ่งของทรัพยากรสาธารณะเป็นสิ่งต้องแบ่งปัน จากนั้นใครลงทุนมาก ลงแรงมาก ย่อมได้ผลตอบแทนสิ่งที่ลงทุนไปมากเช่นกัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้แต่ละคนค่อยมุ่งไปสู่เป้าหมายในชีวิตของแต่ละคน
ลัทธิมาร์กเสนอว่าระบบการแบ่งปันผลประโยชน์ในสังคมนิยมไม่ได้พิจารณาจากแรงงาน หากแต่พิจารณาจากความจำเป็นของคนงาน ในระบบเสรีนิยมนั้นคนที่ทำงานได้อย่างมีคุณภาพกว่าก็จะได้รับผลตอบแทนมากกว่า แต่ในสังคมนิยม ทุกคนจะได้เท่ากันเพราะไม่ได้พิจารณาจากผลงาน แม้จะมีความอุดมสมบูรณ์อย่างทั่วถึงกัน แต่ต้องเริ่มจากการแบ่งสันปันส่วนตามความต้องการของผู้คนแต่ละคนอย่างเท่าเทียมกัน
หากแต่แบ่งปัน ในเชิงความรู้สึกของคนไทยนั้น มองได้ว่า
แบ่ง คือ “สมควรให้จึงแบ่งให้ตามที่สมควร”
ปัน คือ “มีเหลือจึงแบ่งให้บ้างด้วยใจ”
แบ่งปันมีความหมายครอบคลุมการแบ่งให้ตามสิทธิที่ควรได้
และการให้ด้วยใจในส่วนที่เหลืออันเป็นสิทธิของผู้ให้
ในทางตะวันตก sharing คือ การใช้ทรัพยากรหรือพื้นที่ร่วมกัน หรือ การแบ่งและกระจายทรัพยากร ยังมีความหมายถึง การให้ในฐานะของขวัญอีกด้วย และเป็นองค์ประกอบสำคัญในความสัมพันธ์ของมนุษย์ในการที่ดูแลกัน (sharing is caring) และจะเป็นเพิ่มความเข้มแข็งของสังคมและความเป็นอยู่ที่ดี
เมื่อพิจารณาเบื้องหลังของคำแล้ว แบ่งปัน มีความหมายที่ใกล้เคียงกับ sharing มากกว่าคำอื่น และเป็นส่วนที่สะท้อนความรู้สึกภายในของผู้ให้และผู้รับได้ตรงตามบริบทปรัชญาไทยอีกด้วย
ทั้งนี้ การแบ่งปันที่สำคัญในยุคนี้คือ การแบ่งปันความรู้ ด้วยเชื่อว่าทุกคนเป็นครูของทุกคน และทุกคนเป็นนักเรียนของทุกคน เราต้องเรียนรู้จากกันและกัน ใครจะเก่งสักปานใดก็รู้ได้เพียงส่วนเดียว แม้คนมีการศึกษาน้อยก็อาจจะมีประสบการณ์ที่ให้ความรู้ชนิดที่หาที่อื่นไม่ได้และอาจจะมีคุณค่าพลิกกระบวนทรรศน์ได้ เราจึงควรเสวนากันยิ่งกว่าจะถกเถียงกัน เราควรจะแบ่งปันความรู้แก่กันยิ่งกว่าแข่งขันกันหาความรู้ เราควรจะเรียนรู้จากกันและกันยิ่งกว่าจะสอนหรือ เรียนฝ่ายเดียวกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เป็นเพียงสถิติยกเว้นและผิดพลาดได้เสมอ ไม่มีใครเก่งกว่าใครในเรื่องของความจริงเพียงแต่โอกาสมีไม่เท่ากันและไม่เหมือนกันเท่านั้น แต่ละคนย่อมมีประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครอื่นอาจจะมีได้ คนหนึ่งอาจจะโง่กว่าคนอื่น ในบางเรื่อง แต่ก็ฉลาดกว่าคนอื่นทุกคนในบางเรื่องเช่นกัน เพราะเขามีประสบการณ์เฉพาะตัวที่ ไม่มีใครอื่นมีได้เหมือนเขาในความเป็นจริงเช่นนี้ เราพึงพึ่งพาอาศัยกันและกันและแบ่งปันความรู้และประสบการณ์แก่กันและกัน ด้วยการเสวนาที่เมตตาและเคารพกันและกัน
แบ่งปัน จึงมิใช่การแบ่งให้ตามสิทธิเท่านั้น แต่เป็นการให้ด้วยใจเมตตา ใจสงสาร ใจกรุณา ซึ่งเป็นพฤติกรรมอันดีของผู้เป็นนาย ผู้เป็นเพื่อน ผู้เป็นคู่ครอง เป็นสำคัญ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทานในสังคหวัตถุ4 ซึ่งเป็นบทบาทของบุคคลทั่วไปที่ควรการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ แบ่งปันช่วยเหลือกันด้วยสิ่งของ ตลอดถึงให้ความรู้และแนะนำสั่งสอน จนเขาได้รู้จักพึ่งตนเองได้ การให้การดูแลพอสมควรตามอัตภาพ ความเหมาะสม แบ่งปัน เกื้อกูลท่าน อย่าให้ขาด แต่ก็ไม่ต้องมาก ถือเมตตาด้วยความพอเพียงเป็นสำคัญ ความพอเพียงในชีวิตที่ส่งเสริมการแบ่งปันย่อมเน้นการที่มนุษย์จะดำเนินชีวิตด้วยความเมตตาซึ่งจะทำให้มนุษย์มุ่งสู่การมีความสุขบนความสุขของผู้อื่น

Leave a comment