Calvin แคลวิน

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

จอห์น แคลวิน(John Calvin เดิม Jean Cauvin 1509-1564) เกิดที่ตำบลนัวยอง (Noyon) แคว้นปิกการ์ดี (Piccardie) ประเทศฝรั่งเศสจากชนชั้นกลาง บิดาเป็นเลขานุการบีชอพ เป็นเหตุให้แคลวินมีสิทธิ์รับเบี้ยหวัดจากองค์การศาสนาด้วย เรียนมนุษยศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยปารีส ค.ศ.1529 เข้าเรียนเทววิทยาที่ออร์เลอองส์(Orleans) สนใจการปฏิรูปของลูเธอร์ ตั้งแต่บิดาถึงแก่กรรมในปี ค.ศ.1531 เป็นต้นมา แคลวินกล้าแสดงความคิดต่อต้านคริสตจักรในฝรั่งเศสอย่างเปิดเผย จึงถูกปองร้าย ลี้ภัยไปอยู่ที่เมืองบาเซล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ยอมสละสิทธิ์เบี้ยหวัด พยายามรื้อฟื้นการปฏิรูปของซวีงลิ เผยแพร่ในหนังสือชุดหนังสือศาสนาคริสต์ (ลต. InstitutioReligionisChristianae 1536 = Institution of the Christian Religion) ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในฐานะเป็นคู่มือการปฏิรูปศาสนาที่เขียนอย่างเป็นระบบ ชาวจีนีวาเชิญให้ไปปกครองเมืองเพื่อจัดระบบระเบียบให้ จีนีวาจึงเป็นที่ก่อตั้งและศูนย์กลางเผยแผ่ลัทธิแคลวินไปสู่ประเทศใกล้เคียง จนแคลวินได้ชื่อว่าเป็น “บิดาแห่งนิกายแคลวิน” แคลวินเสนอไว้ทั้งระบบความคิดและระบบปกครองจนถึงแก่มรณกรรมลงในเมืองจีนีวานั้นเองในปี ค.ศ.1564 ศิษยานุศิษย์ในประเทศต่าง ๆ นำไปดัดแปลงใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละท้องที่ เคร่งครัดมากน้อยต่าง ๆ กัน กลุ่มใหญ่ที่สุดได้แก่กลุ่มเพรสไบทีเรียน (Presbyterian Church) ซึ่งก็แตกสาขาย่อยออกไปมากมาย กลุ่มที่เคร่งครัดมาก ๆ ตามจิตตารมณ์ดั้งเดิมของแคลวินได้แก่ลัทธิปริสุทธินิยม (puritanism) ลัทธิภักดีนิยม (pietism) เป็นต้น

หัวข้อสำคัญของแคลวินที่แตกต่างจากคำสอนของลูเธอร์ที่สำคัญได้แก่
1) คัมภีร์ไบเบิลเท่านั้นเป็นบันทัดฐานของชีวิตคริสตชน
2) มนุษย์โดยลำพังตัวเองไม่สามารถทำดีได้เลย จึงสมควรถูกลงโทษตลอดนิรันดร เพื่อแสดงพระยุติธรรมของพระเจ้า
3) แต่พระเจ้าทรงกำหนดเลือกคนกลุ่มหนึ่งให้บรรลุความรอด พวกนี้จะรู้จักและมีภักดีต่อพระเยซู และพระวิญญาณจะทรงดลใจให้กลับใจดำเนินชีวิตเพื่อพระเจ้าเท่านั้น พวกนี้เท่านั้นที่จะได้ขึ้นสวรรค์ รวมกันเรียกว่าคริสตจักร
4) สมาชิกในคริสตจักรที่แท้จริงจะต้องปกครองกันตามรูปแบบของคริสตชนดั้งเดิม คือ มีฆราวาส ผู้ปกครอง นักปราชญ์ พฤฒาจารย์ และศิษยาภิบาล

Leave a comment

Previous Post
Next Post

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018