Featured

The Latest


  • ปรัชญาภิรมย์ (21)

    ศาสตราจารย์กีรติ บุญเจือ ทำไมต้องมีกระบวนทรรศน์ที่ 5 แฟนคลับ: ฟังท่านอาจารย์สาธยายมาทั้ง 4 กระบวนทรรศน์แล้ว ทุกกระบวนทรรศน์ก็มีปัญหากันต่างๆนานา หมดทางออก สิ้นทางแก้ ใช่ไหมคะ เป็นความสิ้นหวังของมนุษยชาติแล้วใช่ไหมคะ ผม: อยากให้ใช่ก็ใช่ครับ ถ้าเราไม่คิดจะหาทางออก ยอมจำนนกับครรลองของสังคม ไม่คิดจะแก้ แม้มีทางแก้ ก็ไม่อยากจะรู้… READ MORE

  • ซอกแซกหามาเล่า (222)

    ศาสตราจารย์กีรติ บุญเจือ ฐานะของเปาโลหลังความตาย ข้อสังเกต 1.ช่วงระยะ249ปีต้นคริสตกาลนับเป็นช่วงวิกฤติหนักหน่วงที่สุดของคริสตศาสนาหลังจากพระเยซูเสด็จไปสวรรค์ได้เพียง34ปี ระหว่าง34ปีก่อนถูกบีฑาเรารู้ดีเพียงผลงานของเปาโลเป็นส่วนใหญ่ รู้ผลงานของเปโตรและบารนาบัสนิดหน่อย แต่ก็เชื่อได้ว่าสาวกทั้ง12ของพระเยซูคงได้แยกย้ายกันไปประกาศพระเยซูเป็นพระเมสสิยาห์ในมหาอาณาจักรโรมัน มีคำยืนยันว่าเซนต์โทมัสไปถึงชมภูทวีปแถบมาลาบาร์และมรณภาพที่นั่น มีผู้ชี้บอกว่าหลุมฝังศพของท่านยังอยู่ที่นั่น ท่านอื่นๆก็คงไปไม่พ้นเขตแดนมหาอาณาจักรโรมันและคงถูกประหารชีวิตตามกฤษฎีกาเนโรยกเว้นเซนต์จอห์นซึ่งหนีการลงโทษไปได้และไปหลบลี้หนีภัยที่เอเฟซัสและมรณภาพที่นั่น 2.กลุ่มคริสตชนที่เกิดขึ้นก็คงมีการแต่งตั้งตำแหน่งรับผิดชอบตามตัวอย่างที่เปาโลได้ทำไว้ ในห้วงเวลาถูกจัดหนักอาศัยผู้มีตำแหน่งรับผิดชอบของแต่ละกลุ่มดูแลกันเองจนกว่าจะพ้นมรสุม ตำแหน่งใดว่างลงก็เลือกคนในกลุ่มแต่งตั้งกันขึ้นดำรงตำแหน่งและรับผิดชอบกันต่อไป หากผู้ใดในกลุ่มถูกประหารชีวิตก็จะจับกลุ่มกันยกย่องเป็นนักบุญและจดจำวันตายไว้เพื่อระลึกถึงทุกรอบปี ต่อมาอาจจะมีผู้มาสอบถามเพื่อรวบรวมไปประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มอื่นๆได้รับรู้ไว้ด้วย 3.คัมภีร์ศาสนาในช่วงแรกๆมีแต่คัมภีร์เดิมร่วมกับศาสนายูดาห์ เพราะรู้ว่าพระเยซูทรงใช้ประกอบคำสอนของพระองค์ นอกนั้นก็มีแต่จดหมายของเปาโลที่คัดลอกมาอ่านต่อๆกันและมีคำสอนของสาวกที่จำเอามาเล่าถ่ายทอดกันต่อๆไป ผิดเพี้ยนกันไปทีละเล็กละน้อยอย่างช่วยไม่ได้… READ MORE

  • ซอกแซกหามาเล่า (221)

    ศาสตราจารย์กีรติ บุญเจือ คริสตศาสนาหลังความตายของเปาโล เปาโลเป็น1ในบรรดาแพะรับบาปของจักรพรรดิเนโรที่ถูกกล่าวหาว่าสั่งเผากรุงโรมเพื่อขยายวังเมื่อคืนวันที่19กรกฎาคม ค.ศ.64 พระชนมายุได้ 27 ชันษาเนโรจึงโยนความสงสัยให้ชาวคริสต์ซึ่งเป็นชุมชนเล็กที่สุดในกรุงโรมขณะนั้น เพื่อให้สมจริงเนโรจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ควาญหาชาวคริสต์มาประหารชีวิตอย่างจริงจังเพื่อคลายความแค้นของเจ้าทุกข์ทั้งหลายที่เสียหายไปกับพระเพลิงมากมายเหลือคณา หากจับได้ในกรุงโรมก็ให้จักรพรรดิตัดสินพระทัยว่าจะให้ประหารชีวิตแบบใด ซึ่งภาพยนตร์หลายเรื่องนำออกแสดงโดยการแต้มสีตามครรลองของศิลปะการแสดง จึงไม่ใช่จริงทั้งหมดตามที่แสดง และแสดงไม่หมดตามที่เกิดขึ้นจริง ส่วนในหัวเมืองให้ผู้ว่าราชการแต่ละแห่งตัดสินใจเอาเองว่าจะประหารชีวิตแบบใดหรือจะส่งมาที่กรุงโรมให้จักรพรรดิจัดการให้ก็ไม่เกี่ยง ในการลงโทษกรณีนี้ไม่ต้องถามว่าเป็นพลเมืองโรมันหรือไม่ เพราะมีโทษเท่ากัน สิทธิพลเมืองโรมันไม่ให้ความคุ้มครองในคดีนี้ ขอให้มีหลักฐานหรือมีผู้รายงานก็จับตัวมาลงโทษได้ทันทีเนโรคิดว่าเรื่องนี้ไม่ยืดเยื้อ ชาวคริสต์คงมีไม่มาก ประหารชีวิตเดี๋ยวเดียวก็คงจะหมด… READ MORE

  • ซอกแซกหามาเล่า (220)

    ศาสตราจารย์กีรติ บุญเจือ ปรัชญาของเปาโล เมื่อได้ทำการศึกษาชีวิตของเปาโลแบบจับต้นชนปลายจบลงแล้ว ก็น่าจะเจาะลึกกันต่อไปว่าเปาโลมีปรัชญาอะไรอยู่ในใจ หรือใช้สัญชาตญาณปัญญาอะไรขนาดไหนมาทุ่มเทจนยอมสิ้นเนื้อประดาตัวขนาดนี้พระเยซูเป็นผู้เปิดเผยรหัสธรรมที่เป็นเนื้อหาข้อเชื่อของศาสนาคริสต์ เปาโลเป็นนักปรัชญาคริสต์คนแรกที่เอาเนื้อหาข้อเชื่อที่พระเยซูประทานมาขยายผลเป็นปรัชญาซึ่งนักปรัชญาคริสต์ทั้งหลายต้องถือเป็นกรอบและบรรทัดฐานขยายผลต่อไป จึงจะเป็นที่ยอมรับในวงการชาวคริสต์มาจนทุกวันนี้ ปรัชญาที่รับจากศาสนายูดาห์ เปาโลเป็นปราชญ์คนหนึ่งของศาสนายูดาห์และรับนับถือศาสนายูดาห์อย่างที่นักปรัชญาคนหนึ่งพึงเชื่อและปฏิบัติ คือ 1.เชื่อว่ามีโลกและสรรพสิ่งในโลกที่ตนพึงเชื่อได้ว่ามีอยู่จริง เป็นความเป็นจริงที่มีประสบการณ์ได้ แต่ทว่าสิ่งเหล่านี้มีอายุ มีจุดเริ่มต้น จึงมีผู้สร้างที่เป็นจิตทรงฤทธิ์ที่สร้างและเป็นเจ้าของ 2.เชื่อว่าพระยาห์เวห์ทรงเป็นเจ้านายที่หวังดีต่อมนุษย์แต่ก็ทรงความเที่ยงธรรมอย่างชอบธรรม ตอบแทนความดีและลงโทษคนไม่ซื่ออย่างชอบธรรม ทั้งจากฝ่ายพระองค์เองและจากฝ่ายผู้รับ ซึ่งถ้าไม่ชอบธรรมก็จะไม่พอใจ… READ MORE

  • เปาโลพบจุดจบ ณ โรม ที่ใฝ่เห็น

    ซอกแซกหามาเล่า (219) เปาโลพบจุดจบ ณ โรม  ที่ใฝ่เห็น สิงหาคมค.ศ.59-65 เปาโลอายุ49-55ปี เปาโลไม่ยอมให้ศาลแห่งซีซารียาตัดสิน เพราะบิดาได้ทุ่มเงินก้อนใหญ่ซื้อสิทธิพลเมืองโรมันไว้ให้ลูกหลานแล้ว ก็อยากจะใช้ให้สอดคล้องกับนิมิตในฝันว่าจะได้ไปกรุงโรม อีกประการหนึ่งเปาโลก็คงได้ชั่งดูสถานการณ์แล้ว หากให้ศาลผู้ว่าราชการณซีซารียาตัดสิน ศาลอาจจะหาเสียงกับประชาชน เหมือนในกรณีของพระเยซู ตนก็จะตายเปล่า ชวดไปกรุงโรม หรือหากศาลไม่แคร์ความต้องการของประชาชนและตัดสินยกฟ้องปล่อยตัวออกมาจากที่คุมขัง ตนก็จะถูกประชาทัณฑ์โดยศาลเตี้ย ก็ไม่ได้ไปถึงกรุงโรมอยู่ดี… READ MORE