อ.ดร.รวิช ตาแก้ว, ราชบัณฑิต
หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาปรัชญาและจริยศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ประเทศไทย
บทคัดย่อ
บทความนี้มุ่งสำรวจการแปรเปลี่ยนของมโนทัศน์อารยธรรมเปอร์เซียและอิทธิพลต่อโลกเอเชีย โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับพุทธศาสนาและอิสลามซึ่งได้ถ่ายเทและเป็นส่วนสำคัญในอารยธรรมไทย แนวคิดเรื่องระเบียบจักรวาล ความจริงกับความเท็จ และบทบาทของมนุษย์ในการธำรงระเบียบของโลก ได้ส่งอิทธิพลทางอ้อมผ่านจักรวรรดิเปอร์เซีย เครือข่ายการค้าบนเส้นทางสายไหม อารยธรรมอิสลาม และวัฒนธรรมราชสำนักเปอร์เซีย สามารถพัฒนาเป็นกรอบปรัชญาเปรียบเทียบที่เชื่อมโยงแนวคิดต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกันในฐานะภววิทยาแห่งความสัมพันธ์ (Relational Ontology) ซึ่งยังคงมีคุณค่าต่อการสร้างจริยธรรมร่วมในสังคมพหุวัฒนธรรมของไทย
บทนำ
ในประวัติศาสตร์ปรัชญาโลก อารยธรรมเปอร์เซียเริ่มต้นเมื่อแยกชนเผ่าออกมาเป็นอินโดยุโรเปียน โดยแตกสายออกจากทางสายที่ไปอินเดียเมื่อราว 4000 ปีก่อนคริสตกาล แต่ก็ถือว่าร่วมรากตระกูลเดียวกัน ต่อมาในราวปี 1500-1000 ปีก่อนคริสตกาล ซาราธุสตรา (Zarathustra) นักคิดคนสำคัญและถือว่าเป็นศาสดาของศาสนาโซโรอัลเตอร์ (Zoroastrianism) ได้เสนอแนวคิดเอกเทวนิยมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และได้เสนอว่า จักรวาลมิใช่เพียงระบบของวัตถุ หากเป็นระเบียบเชิงคุณค่า (moral cosmos) นั่นคือ จักรวาลนั้นมิได้มีเพียงระเบียบทางกายภาพ มนุษย์ก็มิใช่ผู้สังเกตการณ์ที่ไร้ความหมาย หากแต่เป็นผู้ร่วมสร้างอนาคตของจักรวาลผ่านการเลือกของตนเอง
แนวคิดซาราธุสตราที่สำคัญยังได้แก่ การยอมรับว่า อหุรา มาซดา (Ahura Mazda) เป็นเทพสูงสุด โดยชื่อนั้นมีความหมายถึง ผู้ทรงปัญญาสูงสุด (wise lord) โดยทรงเป็นอัชชา (Asha) ซึ่งหมายถึงความจริง ปัญญา ความดี ความยุติธรรม และระเบียบของธรรมชาติ แนวคิดนี้เป็นแกนกลางและหลักการของศาสนาโซโรอัสเตอร์ และมีอิทธิพลต่อศาสนาเอกเทวนิยมอื่น ๆ ในเวลาต่อมา (Boyce, 2001; Rose, 2011) แนวคิดเรื่อง Asha นี้คล้ายกับแนวคิด Logos ของกรีก, ธรรมะของอินเดีย, เต๊าของจีน และกฎธรรมชาติของปรัชญาตะวันตก โดยทั้งหมดต่างชี้ว่า จักรวาลมิได้วุ่นวาย หากมีระเบียบอันลึกซึ้งซ่อนอยู่
เมื่อศาสนาอิสลามพัฒนาและเจริญก้าวหน้าในโลกอาหรับ ดินแดนเปอร์เซียก็ได้รับศาสนาอิสลาในปี ค.ศ.651 และได้หลอมรวมเกิดเป็นอารยธรรมเปอร์เซียแบบอิสลาม หลังเข้าสู่อิสลาม ชาวเปอร์เซียไม่ได้ละทิ้งวัฒนธรรมของตนแต่สร้างการสังเคราะห์ใหม่ แม้อาหรับเป็นภาษาศาสนา แต่ไม่นานภาษาเปอร์เซียใหม่ (New Persian) ก็ได้ฟื้นกลับมาเป็นภาษาวรรณกรรม และใช้ในราชสำนัก บทกวี ปรัชญา การเมืองของโลกมุสลิม ต่อมาก็ได้แพร่ขยายไปถึงเอเชียกลาง อินเดีย อัฟกานิสถาน และจักรวรรดิโมกุล ในด้านศิลปกรรม มัสยิดเปอร์เซียจะมีลักษณะเด่นคือ โดมสีฟ้า กระเบื้องโมเสก ลายเรขาคณิต และสวนสวรรค์ (Persian Garden) และมีการพัฒนาวิชาการสาขาต่าง ๆ เช่น ปรัชญา แพทยศาสตร์ คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ จริยศาสตร์ เทววิทยา จนกลายเป็นรากฐานของมหาวิทยาลัยยุโรปยุคกลาง ทั้งนี้ แนวคิดอิสลามแบบเปอร์เซียเน้นความรัก ความงาม การเดินทางของจิต การรวมเป็นหนึ่งกับพระเจ้า เกิดเป็นลัทธิซูฟี (Sufism) ซึ่งทำให้โลกอิสลามเต็มไปด้วยบทกวี ดนตรี การภาวนาและการตีความเชิงสัญลักษณ์
ในบริบทของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้จะไม่มีหลักฐานว่าอารยธรรมเปอร์เซียในยุคแรกได้เข้ามามีอิทธิพลอย่างไร หากแต่อาจมองอิทธิพลเชิงความสัมพันธ์ในทางอ้อมผ่านอินเดียและพุทธศาสนา และในขณะเดียวกัน โลกเปอร์เซียก็ได้เข้ามามีบทบาทในดินแดนแถบนี้ผ่านเครือข่ายการค้า การทูต และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมตั้งแต่ยุคทวารวดี (คริสตศตวรรษที่ 8-9) ซึ่งมีหลักฐานซากเรือโบราณพนมสุรินทร์ที่ค้นพบในจังหวัดสมุทรสาคร และหลักฐานจารึกจำนวนมากในสมัยอยุธยา (คริสตศวรรที่ 14-18) โดยเฉพาะผ่านชุมชนมุสลิมเปอร์เซียและการติดต่อกับราชสำนักเปอร์เซีย (Reid, 1993; Wyatt, 2003) ดังนั้น การศึกษาอิทธิพลของอารยธรรมเปอร์เซียในไทย จึงมิใช่เพียงการค้นหาอิทธิพลโดยตรง หากเป็นการสำรวจว่า แนวคิดพื้นฐานของอารยธรรมเปอร์เซียได้ถูกตีความและผสมผสานเข้าสู่ภูมิทัศน์ทางศาสนาและปรัชญาของไทยอย่างไร
คำสอนซาราธุสตรา
หัวใจของคำสอนซาราธุสตราอยู่ที่แนวคิด Asha (ความจริง) ซึ่งในความหมายนั้นรวมไปถึงระเบียบของจักรวาล ความยุติธรรม และกฎธรรมชาติที่เชื่อมโยงสรรพสิ่งเข้าด้วยกัน (Boyce, 2001) มนุษย์จึงไม่ได้เป็นเพียงผู้สังเกตจักรวาล แต่เป็นผู้ร่วมสร้างจักรวาลผ่านการเลือกอย่างเสรี (free will) ทางจริยธรรม ซาราธุสตราเสนอว่า จักรวาลมีระเบียบ (Asha) กับความหลอกลวง (Druj) ซึ่งความหลอกลวงนั้นยังหมายรวมถึงความเท็จ ความหลงผิด ความสับสน ความเห็นแก่ตัว ความรุนแรง ความไม่เป็นระเบียบ ดังนั้น ในทุกการตัดสินใจ ก็คือการเลือกว่า เราจะสนับสนุนระเบียบหรือความหลอกลวง การมีศีลธรรมคือการที่เราเลือกความเป็นระเบียบผ่านความคิดที่ดี (good thoughts) คำพูดที่ดี (good words) และการกระทำที่ดี (good deeds) ซึ่งมิใช่เพียงศีลธรรมส่วนบุคคล มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรอความรอดแต่เพื่อร่วมสร้างโลกที่ดีขึ้น ทุกการกระทำมีผลต่อจักรวาล การช่วยเหลือผู้อื่นจึงเป็นการกระทำดี ซึ่งไม่ใช่เพียงความดีส่วนตัว แต่เป็นการมีส่วนร่วมในแผนการของจักรวาล (cosmic plan)
แนวคิดแผนการของจักรวาลนั้นวางอยู่บนฐานที่ว่า จักรวาลมิได้หมุนเวียนอย่างไม่มีจุดหมาย แต่มีแผนการใหญ่ของจักรวาลเอง ประกอบด้วยลำดับสำคัญ ได้แก่ ระยะที่ 1 Creation จักรวาลถูกสร้างขึ้นอย่างดี ระยะที่ 2 Conflict ความสับสนและความชั่วเข้ามา และเกิดการต่อสู้ระหว่างระเบียบกับความหลอกลวง ระยะที่ 3 Human Participation มนุษย์ได้เข้าร่วมแผนจักรวาลผ่านการเลือกของตน มนุษย์จึงเป็นผู้ทำงานร่วมกับพระเจ้า มิใช่เพียงผู้เฝ้ามอง ระยะที่ 4 Frashokereti จักรวาลได้รับการฟื้นฟู คือ การมีโลกใหม่ มีความยุติธรรมสมบูรณ์ ความตายสิ้นสุดลง ความชั่วหมดไป และมีการสร้างใหม่ของจักรวาล
| แนวคิด | ซาราธุสตรา | กรีก | อินเดีย | พุทธ |
|---|---|---|---|---|
| ระเบียบจักรวาล | Asha | Logos | ธรรมะ | ธรรมะ |
| ความชั่ว | Druj | Ignorance / Vice | อธรรมะ | อวิชชา |
| เสรีภาพ | Free Will | phronesis; Practical Reason | กรรมะ | เจตนา |
| จุดมุ่งหมาย | ฟื้นฟูจักรวาลที่สมบูรณ์ | แตกต่างไปตามสำนักคิด | สอดคล้องกับวัฏจักร | นิพพาน; ออกไปจากวัฎจักร |
| หน้าที่มนุษย์ | ร่วมฟื้นฟูโลก ผ่านความคิดที่ดี คำพูดที่ดี และการกระทำที่ดี | พัฒนาคุณธรรม มีคุณธรรมแม่บท (ความรอบคอบ กล้าหาญ ความพอประมาณ และความยุติธรรม) | ทำตามธรรม | ดับทุกข์; มรรค 8 |
แม้แต่ละระบบมีพื้นฐานอภิปรัชญาแตกต่างกัน แต่ต่างเสนอว่าจักรวาลมีระเบียบที่มนุษย์ควรเรียนรู้และดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับทิศทางเชิงบรรทัดฐาน (normative orientation) ของระเบียบและคุณค่า ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบทางจริยธรรมของมนุษย์ โดยที่มนุษย์ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธเสรีภาพในตนอีกด้วย
อิทธิพลของเปอร์เซียต่ออินเดียและโลกพุทธศาสนา
การแพร่กระจายของวัฒนธรรมเปอร์เซียมิได้เกิดผ่านศาสนาโซโรอัสเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดผ่านจักรวรรดิอาคีเมนิด ซัสซานิด และเส้นทางสายไหม ซึ่งเชื่อมอินเดีย เอเชียกลาง จีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วง 500 ปีก่อนคริสตกาลจนถึงคริสตศวรรษที่ 3 การผสมผสานระหว่างกรีก อินเดีย และเปอร์เซีย ได้นำมาสู่การแลกเปลี่ยนแนวคิดเรื่องจักรวาล จักรพรรดิ-ธรรมราชา และกษัตริย์ผู้พิทักษ์ระเบียบโลก
แม้จะไม่มีหลักฐานในเชิงประจักษ์ แต่ในเชิงวงศาวิทยานั้นมีหลักการว่า สิ่งใดที่เหมือนกัน สิ่งนั้นย่อมเก่าแก่กว่า แนวคิดที่เหมือนกันที่ปรากฎในอารยธรรมความคิดต่าง ๆ จึงพอที่จะมองเห็นภาพร่างบางประการได้ เช่น แนวคิดความจริง (Asha) นั้นก็คล้ายกับเรื่องธรรมะในปรัชญาอินเดียยุคพระเวท และก็คล้ายกับธรรมะในคำสอนพุทธศาสนา แม้มิใช่แนวคิดเดียวกัน แต่ต่างตอบคำถามเดียวกันว่า มนุษย์ควรดำรงชีวิตอย่างไรจึงจะสอดคล้องกับระเบียบของโลก
ในพระพุทธศาสนาเถรวาทของไทย จักรวาลไม่ได้มีผู้สร้างแต่มีกฎแห่งกรรม ปฏิจจสมุปบาท และธรรม ที่ทำหน้าที่เป็นระเบียบของโลก ดังนั้น อาจสามารถเปรียบเทียบโดยหลักการได้ใน 5 เรื่องสำคัญ ๆ ดังนี้
| ซาราธุสตรา | พุทธศาสนา |
|---|---|
| Asha ความจริง | ธรรม |
| Druj ความหลอกลวง | อวิชชา |
| Free Will เสรีภาพ | เจตนา |
| Cosmic Plan แผนการจักรวาล | กระบวนการแห่งกรรมและเหตุปัจจัย |
| Frashokereti การฟื้นฟูจักรวาล | ไม่มีแนวคิดเทียบตรง; เป้าหมายคือการหลุดพ้น (นิพพาน) |
ความแตกต่างสำคัญคือ แนวคิดโซโรอัสเตอร์เสนอการฟื้นฟูจักรวาล ส่วนพุทธศาสนาเน้นการหลุดพ้นจากวัฏจักรแห่งทุกข์ ไม่ได้เสนอการสร้างโลกใหม่ในความหมายเดียวกัน
อิทธิพลของเปอร์เซียต่อไทยผ่านโลกอิสลาม
ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา พ่อค้า นักปราชญ์ และขุนนางเชื้อสายเปอร์เซียมีบทบาทสำคัญในการเมือง การค้า และการบริหารราชการ ราชสำนักอยุธยารับอิทธิพลด้านพิธีการราชสำนัก ภาษาเปอร์เซียบางส่วน ศิลปกรรม วรรณกรรม ระบบการทูต ทั้งนี้ย่อมได้รับแนวคิดเปอร์เซียแบบอิสลามซึ่งได้พัฒนาปรัชญาและจิตวิญญาณโดยเฉพาะในแนวคิดซูฟีที่เน้นความเป็นระเบียบแห่งพระประสงค์ของพระเจ้า ความยุติธรรม และการเดินทางกลับสู่พระผู้เป็นเจ้ามาด้วยเช่นกัน
สังคมไทยในฐานะพื้นที่ของระเบียบ
ประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่ศาสนาพุทธ อิสลาม พราหมณ์–ฮินดู และวัฒนธรรมจีนอยู่ร่วมกันมายาวนาน การมองอิทธิพลเปอร์เซียในบริบทความคิดที่ส่งอิทธิพลผ่านพุทธศาสนาและศาสนาอิสลามจะช่วยให้เห็นว่า แนวความคิดในการแสวงหาความกลมกลืนระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และความจริงที่ปรากฎในสังคมไทยนั้นไม่ได้มีพื้นฐานเพียงจากอารยธรรมใดอารยธรรมหนึ่ง แต่ได้มีการผ่านกลมกลืนและเกิดการสร้างความจริงร่วม (co-created tradition) ผ่านการตีความ การรับเอา และการปรับเปลี่ยนข้ามวัฒนธรรม ทำให้คนไทยและอารยธรรมไทยนั้นมีระบบความคิดต่าง ๆ ที่พยายามตอบคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับระเบียบของโลก ความรับผิดชอบของมนุษย์ และความหมายของชีวิตได้อย่างเหมาะสมและกว้างขวาง
สรุป
การศึกษาอิทธิพลของอารยธรรมเปอร์เซียในประเทศไทยนั้นมิอาจจำกัดอยู่เพียงการถ่ายทอดศิลปกรรมหรือความสัมพันธ์เชิงการค้าและการปกครอง หากยังรวมถึงการเคลื่อนย้ายของแนวคิดเกี่ยวกับระเบียบจักรวาล ความยุติธรรม และบทบาทของมนุษย์ในการสร้างโลกที่ดีขึ้น แม้แนวคิดเปอร์เซียโบราณและเปอร์เซียนแบบอิสลามจะมีฐานอภิปรัชญาแตกต่างกัน แต่ล้วนสะท้อนความพยายามทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับความจริงสูงสุด สำหรับสังคมไทยร่วมสมัย การอ่านอิทธิพลเหล่านี้ในเชิงปรัชญา ไม่ใช่เพื่อหลอมรวมแนวคิดให้เป็นหนึ่งเดียว แต่เพื่อสะท้อนให้เห็นวงศาวิทยาของความเป็นไทยที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ผ่านบริบทพื้นที่ของการเรียนรู้ร่วมกันของผู้คนบนพื้นฐานของความเคารพต่อความแตกต่าง และการแสวงหาคุณค่าร่วมที่เอื้อต่อสันติภาพ ความรับผิดชอบ และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมของดินแดนประเทศไทยแห่งนี้อีกด้วย
เอกสารอ้างอิง
Boyce, M. (2001). Zoroastrians: Their Religious Beliefs and Practices. Routledge.
Foltz, R. (2013). Religions of Iran: From Prehistory to the Present. Oneworld.
Nasr, S. H. (2006). Islamic Philosophy from Its Origin to the Present. State University of New York Press.
Reid, A. (1993). Southeast Asia in the Age of Commerce, 1450–1680 (Vol. 2). Yale University Press.
Rose, J. (2011). Zoroastrianism: An Introduction. I.B. Tauris.
Skjærvø, P. O. (2005). Introduction to Zoroastrianism. Harvard University.
Wyatt, D. K. (2003). Thailand: A Short History (2nd ed.). Yale University Press.
Zaehner, R. C. (1975). The Dawn and Twilight of Zoroastrianism. Weidenfeld & Nicolson.
รวิช ตาแก้ว, & กีรติ บุญเจือ. (2015). ความหมายของคำ “ดีงาม” ในบริบทวัฒนธรรมไทย. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา, 8(1), 258-272.
อ่านเพิ่มเติม
แนวคิดปรัชญาเปอร์เซีย แนวคิดปรัชญาเปอร์เซีย 1 แนวคิดที่เกี่ยวกับความดีและความงามตามบริบทวัฒนธรรมไทย

Leave a comment